.NET Developer

เสาหลักของ Azure Architecture

ระบบ Cloud ได้เปลี่ยนวิถีของการแก้ปัญหาทางธุรกิจและวิธีการออกแบบและพัฒนาแอพพลิเคชั่น ในบทบาทของ Solution architect ไม่เพียงแต่นำคุณค่าของธุรกิจไปสู่ Functional requirement เท่านั้น แต่ยังต้องทำให้มั่นได้ว่า การออกแบบแอพพลิเคชั่นสามารถขยายได้, มีความยืดหยุ่น, ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย โดยโครงสร้างของระบบต้องมีความสมดุลกับความต้องการทางธุรกิจและสามารถรันเทคโนโลยีได้ตามความต้องการต่าง ๆ รวมถึง ประเมินความเสี่ยง, ต้นทุนและความสามารถที่ระบบจะรองรับ Component ต่าง ๆ ได้

การออกแบบ Azure Architecture ที่ดี

โครงสร้างของ Azure architecture ที่ดี ประกอบไปด้วยพื้นฐานสี่อย่างด้วยกัน หรือเรียกว่า 4 เสาหลักของ Azure architecture (Four pillars of azure architecture)

An illustrations showing the Pillars of a great Azure architecture

ความปลอดภัย (Security)

ข้อมูล คือ ส่วนที่มีค่าที่สุดขององค์กรณ์ของคุณ เพราะฉะนั้นคุณต้องโฟกัสไปที่การปกป้องข้อมูลของคุณให้มีความปลอดภัยผ่านการยืนยันตัวต้น (Authentication) และปกป้องข้อมูลของคุณจากภัยคุกคามต่าง ๆ จากเน็ตเวิร์ค โดยข้อมูลควรถูกป้องกันเป็นอย่างดีโดยใช้เครื่องมือในการเข้ารหัส (Encryption)

คุณต้องคิดถึงความปลอดภัยโดยภาพรวมของทั้งระบบในการออกแบบแอพพลิเคชั่น ตั้งแต่การออกแบบ การเขียนโค้ด การใช้งาน และการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งระบบ Cloud ได้มอบเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะช่วยป้องกันต่อภัยคุกคามในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Network intrusion, DDos attack แต่ถึงอย่างไรก็ตามคุณก็ยังต้องสร้างระบบความปลอดภัยภายในแอพพลิเคชั่นของคุณ รวมถึงจัดการมันอย่างเป็นระบบด้วย

An illustration showing the types of security threats and attacks that might affect your data in the cloud.

ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น (Performance and scalability)

สำหรับการออกแบบโครงสร้างของระบบที่ดีต้องมีความยืดหยุ่น ครวจะสอดคล้องกับทรัพยากรที่ใช้ โดยตามปกติแล้วสถาปัตยกรรมของระบบ Cloud จะถูกขยายเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับการใช้งานและกิจกรรมต่าง ๆ ของแอพพลิเคชั่น ณ ขณะนั้น เมื่อความต้องการของบริการต่าง ๆ เปลี่ยนแปลง Clound จะสามารถปรับเปลี่ยนไปตามความจำเป็นได้ การออกแบบสถาปัตยากรรมโดยคำนึงถึงถึงประสิทธิภาพการทำงานและความยืดหยุ่นเพื่อที่จะบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

An illustration showing how resources in the cloud scale dynamically based on demand resulting in highly efficient usage. On the contrary when resources are implemented at a fixed level, it results in inefficient usage during low demand and shortage during the high demand periods.

ความพร้อมใช้งานและการกู้คืน (Availability and recoverability)

ทุกสถาปัตยกรรม สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ การที่ทุกอย่างพังโดยที่ไม่สามารถกู้คืนมาได้ สภาพแวดล้อมของ Cloud ที่ดีจะต้องออกแบบมาให้รองรับความล้มเหลวได้ในทุกระดับ โดยแต่ละส่วนที่มีปัญหาสามารถกู้คืนได้ ภายในเวลาที่ลูกค้าและผู้ที่เกียวข้องทั้งหมดต้องการ

ประสิทธิภาพและการปฏิบัติการ (Efficiency and operations)

คุณต้องการออกแบบสภาพแวดล้อม Cloud ของคุณเพื่อให้คุ้มค่าต่อการใช้งานและการพัฒนา โดยไม่เสียเงินไปกับสิ่งไม่จำเป็นและเงินที่จ่ายต้องถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด คุณต้องการตรวจสอบที่ดีที่จะสามารถพบข้อผิดพลาดและปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดก่อนที่ลูกค้าจะสังเกตเห็น และคุณต้องรู้ว่าจะจัดการทรัพยากรอย่างไรในขณะที่มีการตรวจสอบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

รูปแบบของการพัฒนา Clound

An illustration showing the level of shared responsibilities in each type of Cloud service models

On-Premises ในการพัฒนาสภาพแวดล้อมแบบนี้ คุณจะต้องจัดการทุกอย่างเอง ส่วน IaaS (Infrastructure as service) PaaS (Platform as service) และ SaaS (Software as service) Clould จะจัดการและรับผิดชอบบางอย่างให้คุณในบทบาทของการตัดสินใจเชิงโครงสร้าง ซึ่งทำให้คุณโฟกัสในสิ่งที่คุณทำ และจัดการสิ่งที่ไม่ใช่หัวใจหลักของธุรกิจคุณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *